บทที่ 3 คนที่เคยมาที่บ้าน
พ่อรับโทรศัพท์แล้วไม่พูดอยู่หลายวินาที
“เจอน้องหรือ”
ภูเมืองหลับตา เขาควรคิดไว้ก่อนว่าพ่อจะถามแบบนี้
“ยังครับ มีของที่ต้องขอให้พ่อช่วยดู”
“ส่งมา”
“ผมจะให้เจ้าหน้าที่ไปพบ พ่ออย่าเพิ่งบอกแม่นะครับ ยังยืนยันอะไรไม่ได้”
“แม่ยืนอยู่ข้างพ่อ”
เสียงช้อนกระทบจานดังแผ่ว ๆ ภูเมืองลุกจากเก้าอี้ เดินออกจากห้องทำงาน
“งั้นผมขอคุยกับแม่ด้วยครับ”
ไม่มีใครพูดเรื่องอาหารเย็นอีก
ภูเมืองไปถึงบ้านพร้อมพนักงานสอบสวนช่วงสาย เขานั่งฟังอยู่ด้านข้าง ปล่อยให้เพื่อนร่วมงานเป็นคนถามและบันทึก
พ่อวางกุญแจสำรองบนโต๊ะไม้ แม่เปิดกล่องรูปเก่ารอไว้แล้ว รูปหลายใบถูกเรียงตามปี มีลายมือแม่กำกับหลังภาพ
เมื่อเห็นภาพกุญแจของกลาง แม่ใช้นิ้วแตะจอ
“ภาทำสีเลอะพื้นตรงนี้”
เธอชี้ไปยังทางเดินหน้าห้องนอน
“แม่เอาน้ำยามาเช็ด ภูยืนบ่นว่าน้องทำกลิ่นเหม็นทั้งบ้าน”
ภูเมืองจำได้แม้กระทั่งคำที่ตัวเองพูด แต่เขานั่งนิ่งขณะเจ้าหน้าที่ขอให้แม่เล่าต่อ
พ่อหยิบแว่นขึ้นสวม
“คล้ายมาก แต่ถ่ายรูปกุญแจสำรองเทียบไว้ก่อน ถ้าต้องทดสอบกับแม่กุญแจก็บอก พ่อไม่อยากให้ลองกันเองแล้วมีปัญหาทีหลัง”
อดีตอัยการพูดด้วยน้ำเสียงเดิม มีเพียงมือที่วางแว่นลงผิดด้าน
แม่ถามว่า “อยู่กับใครหรือภู”
เขาอธิบายเท่าที่เปิดเผยได้ หญิงไม่ทราบชื่อถูกพบเสียชีวิต และมีของชิ้นนี้อยู่ด้วย
แม่เลื่อนรูปภาวดีออกจากกองช้า ๆ
“ไม่ใช่น้องใช่ไหม”
“ยังไม่มีข้อมูลบอกว่าเป็นภาครับแม่”
เขาอยากตอบให้หนักแน่นกว่านั้น แต่ทำไม่ได้
ก่อนกลับ พนักงานสอบสวนขอให้ทั้งคู่ดูภาพใบหน้าผู้ตาย โดยแจ้งไว้ก่อนว่าอาจรู้สึกไม่สบายใจ
พ่อมองแล้วส่ายหน้า แม่รับไปดูต่อ
“ขอดูรูปตอนมีชีวิตได้ไหม”
ภูเมืองส่งภาพที่ได้รับเมื่อคืนให้เจ้าหน้าที่เปิดแทน แม่ขยายบริเวณหน้าผากแล้วลดโทรศัพท์ลง
“เหมือนคนที่เคยมาหาภา”
พ่อหันมองทันที
“ตอนไหน”
“ก่อนลูกหายสักพัก ไม่แน่ใจว่ากี่วัน ผู้หญิงยืนรอหน้ารั้ว ใส่เสื้อนักศึกษา แม่ถามว่ามาหาใคร เขาบอกเป็นรุ่นพี่”
“แม่จำชื่อได้ไหมครับ”
เธอส่ายหน้า
“ตอนนั้นเคยเล่าให้ตำรวจฟังไหมครับ” เจ้าหน้าที่ถาม
“เล่า แต่แม่ไม่เคยเห็นหน้าเขาอีก พอเวลาผ่านไปก็ไม่มั่นใจว่าจำถูกไหม”
ภูเมืองมองผู้หญิงในภาพ ถ้าคนเดียวกันจริง เธอยังอายุน้อยมากในวันที่มาบ้านนี้
“ผมจะขอแฟ้มเดิมมาตรวจครับ” เพื่อนร่วมงานบอก
แม่พยักหน้าแล้วถามสิ่งที่ไม่มีใครตอบได้
“ถ้าเขามีกุญแจ เขาเคยเจอลูกหลังจากนั้นหรือเปล่า”
นวลละออตื่นเพราะโทรศัพท์สั่นใต้หมอน
เธอนอนบนเตียงพักเวรได้ไม่ถึงสองชั่วโมง แม่ส่งรูปซองกระดาษสีน้ำตาลมา ตามด้วยข้อความ
รูปเก่าที่บอก แม่ใส่ซองไว้ให้แล้ว
เธอโทรกลับตามที่รับปาก
“กินข้าวหรือยังคะ”
“กินแล้วลูก หนูได้นอนบ้างไหม”
“ได้นอนค่ะ”
“เสียงเหมือนยังง่วง ไปนอนต่อเถอะ”
นวลละออนั่งพิงผนัง มองปลายรองเท้าที่วางชิดกันใต้เตียง
“แม่คะ”
“หืม”
เธอเกือบถามว่าแม่ยังจำเสียงพี่ได้ชัดแค่ไหน แต่เปลี่ยนเป็นอีกเรื่อง
“กับข้าวเก็บเข้าตู้เย็นแล้วใช่ไหมคะ”
“เก็บแล้วจ้ะ ไม่เสียหรอก”
พอวางสาย เธอก็ยังนั่งอยู่ท่าเดิม จนมีเสียงเคาะประตู
“พี่นวลคะ รินเอาน้ำมาให้ค่ะ”
ธีรินวางขวดบนโต๊ะ เห็นเธอเอามือกดขมับจึงลดเสียงลง
“เมื่อคืนพี่ได้ยินคำว่าอะไรแน่คะ เผื่อรินถามคนแถวนั้นเพิ่ม”
“เปิดประตูให้พี่หน่อย”
“เรียกชื่อพี่ด้วยไหมคะ”
“เรียกนวล”
เขาจดโดยไม่เสนอคำอธิบาย เธอมองปลายปากกาอยู่พักหนึ่งก่อนพูด
“ฉันคิดว่าเป็นเสียงพี่สาว”
ธีรินหยุดเขียน แล้วเงยหน้า
“พี่นวลอยากเล่าไหมคะ”
“ยัง”
“ได้ค่ะ”
เขาปิดสมุด ไม่ถามว่าพี่สาวเธออยู่ที่ไหน
บ่ายนั้น ภาพรถจากกล้องร้านขายของริมถนนถูกส่งมาถึงสถานีตำรวจ
สีอ่อน รถเก๋งสี่ประตู ผ่านกล้องหลังห้าทุ่มเล็กน้อย ทะเบียนอ่านได้เพียงบางส่วน ตรงกับตัวเลขที่ภูเมืองจำได้หนึ่งตัว
จ่าเนศขยับภาพให้ดูรอยบุบเหนือซุ้มล้อหลัง
“ใช้จุดนี้ช่วยหาต่อได้ครับ อีกตัวเลขยังไม่ชัด อย่าเพิ่งตัดคันอื่นทิ้ง”
ภูเมืองพยักหน้า เขาวางสำเนาบันทึกคำให้การแม่ข้างแฟ้มใหม่
“ขอแฟ้มคนหายปีนั้นแล้วใช่ไหม”
“ครับ ดาบบุญส่งกำลังช่วยตามจากงานสารบรรณให้”
โทรศัพท์ดังขึ้นพอดี ดาบบุญส่งแจ้งว่าพบเลขหนังสือส่งเอกสารเพิ่มเติม แต่ตัวเอกสารแนบยังอยู่กับแฟ้มเก็บเก่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ค้นต่อ
ภูเมืองจดเลขไว้แล้วขอบคุณ
จ่าเนศมองภาพผู้ตาย
“ถ้าแม่สารวัตรจำถูก ผู้หญิงคนนี้รู้จักน้องก่อนหาย แต่เพิ่งติดต่อมาสิบสองปีให้หลัง”
“ต้องหาว่าระหว่างนั้นเธออยู่ไหน”
ภูเมืองเปิดภาพต้นฉบับอีกครั้ง รอบนี้เขามองพ้นใบหน้าของผู้หญิง ไปยังมือที่แนบอยู่ข้างลำตัว
ตรงนิ้วชี้มีห่วงโลหะเล็ก ๆ
เขาขยายจนเห็นสีแดงบนหัวกุญแจ
จ่าเนศโน้มเข้ามาดู ไม่มีใครพูดอยู่ครู่หนึ่ง
ภาพไม่ได้ยืนยันว่าถ่ายเมื่อคืน
แต่ในวันที่มันถูกถ่าย ผู้หญิงคนนี้ถือกุญแจอยู่แล้ว
ภูเมืองเลื่อนกลับไปอ่านข้อความนัดหมาย นิ้วหยุดเหนือคำว่า มาคนเดียว
เขานึกถึงเงาตรงเบาะข้างรถที่สวนขึ้นมา
ตอนนั้นเขาพยายามมองคนขับ
และไม่ได้มองคนอีกคนให้ชัดเลย
